กีย์ มานูเอล เดอ โฮเมม–คริสโต (Guy-Manuel de Homem-Christo) และ โทมัส แบงกาลเตอร์ (Thomas Bangalter) สองเพื่อนซี้ที่รู้จักกันมาตั้งแต่อายุได้ 12 ปี ตัดสินใจทำวงดนตรีร่วมกันในนาม “Darlin” ซึ่งมี Laurent Brancowitz  (มือกีตาร์วง Phoenix ในปัจจุบัน) เป็นอีกหนึ่งสมาชิก ต่อมาเพลง “Cindy, So Loud” ของพวกเขาได้ถูก Dave Jennings นักวิจารณ์ดนตรีจากนิตยสารแห่งหนึ่งของอังกฤษ วิจารณ์เพลงของพวกเขาอยากสาดเสียเทเสียด้วยคำว่า “A Daft Punky Thrash” พูดง่าย ๆ ก็คือเพลง ‘ขยะ’ นั่นเอง และด้วยการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยนคำเหยียดหยามเป็นพลัง ในที่สุดวงดนตรีที่มีชื่อว่า “Daft Punk” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1993 และจากขยะทางดนตรีก็กลายเป็นตำนานแห่งโลกดนตรีอิเล็กทรอนิกส์-แดนซ์ในที่สุด

Thomas Bangalter และ Guy-Manuel de Homem-Christo ก็ได้ตั้งวงที่มีชื่อ Daft Punk ในปี 1993 โดย Daft Punk ได้ออกขายอัลบั้ม ชุดแรก ที่มีชื่อ Homework ก่อนจะออกอัลบั้มอัลบั้มชุดนี้ เริ่มการบันทึกเสียง ในปี 1993 จนถึง ปี 1996 และ ออกจำหน่ายใน 25 มีนาคม ค.ศ. 1997 และ ประสบความสำเร็จกับซิงเกิล "Da Funk" และ "Around the World" ขึ้นชาร์ตที่อันดับ 1 บนบิลบอร์ด ชาร์ท Hot Dance Club Play chart,



ต่อมา ได้ออกขายอัลบั้ม ชุดที่สอง คือ Discovery 13 มีนาคม ค.ศ. 2001 โดยมีมิวสิกวิดีโอแบบแอนิเมชัน ผลิตโดย โทเอแอนิเมชัน โดยอาจารย์ เลย์จิ มัตสึโมโต้ และ ได้ทำมิวสิกวิดีโอ ให้กับ เพลง "One More Time" "Aerodynamic" "Digital Love" และ "Harder, Better, Faster, Stronger" ซึ่งเพลงทั้งหมดมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น โดยเรียงกันตามลำดับ จนกลายเป็นแอนิเมชั่นที่มีชื่อว่า "Interstella 5555" ชื่อเต็มคือ (The 5tory of the 5ecret 5tar 5ystem) ได้ประสบความสำเร็จ อัลบั้มชุดนี้ มียอดขายอัลบั้มกว่า 2.6 ล้านชุด ต่อมา ได้ออกขายอัลบั้ม ชุดที่สาม คือ Human After All ออกจำหน่ายใน 14 มีนาคม ค.ศ. 2005 โดย อัลบั้มชุดนี้ ได้หยิบซาวนด์มาทดลองใช้ซาวนด์ของอิเล็กทรอนิกส์ จึงเกิดกระแสเกี่ยวกับวงนี้ขึ้นอย่างมาก จนเกิดเป็นภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า "Electroma"





เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 64 DaftPunk ได้ปล่อยคลิปชื่อ "Epilogue" เป็นเรื่องราวที่ถูกตัดออกมาจากภาพยนตร์ในปี 2006 เรื่อง “Electroma” ภาพยนตร์ที่เป็นผลงานการสร้างของ Daft Punk เอง ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ไม่มีบทพูดใด ๆ เป็นเรื่องราวของ 2 หุ่นยนต์ที่ออกเดินทางเพื่อค้นหาวิถีทางของการได้ใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์ ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับ เขียนบท และอำนวยการผลิตโดย Daft Punk เอง ไม่น่าเชื่อเลยว่าเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้จะถ่ายทอดความรู้สึกของการแยกทางกันของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี